โรคเก๊าท์ เกิดจากการสะสมกรดยูริกในเลือดสูง เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะสะสมมากขึ้นจนกลายเป็นผลึกสะสมตามข้อ เกิดอาการบวมข้ออย่างรุนแรง มีอาการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อน ตามมาอย่างเฉียบพลัน ปวดข้อเป็นระยะๆ พบมากในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและผู้ชาย อาการปวดมักมาเป็นระยะ แต่ปวดแบบเฉียบพลัน ในระยะเริ่มแรกปวดนาน 4 – 12 ชั่วโมง หลังจากนั้นอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ อาการปวดทุเลาลง ภายใน 7 – 10 วัน อาการปวดแบบเฉียบพลัน เป็นๆ หายๆ เกิดขึ้นในตอนกลางคืน กระทบต่อการดำเนินชีวิต และอาการแทรกซ้อนอื่นๆ นำไปสู่การเจ็บป่วยแบบเรื้อรัง

เราสามารถเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงได้ แต่เมื่ออยู่ในสภาวะที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์ต้องมีแนวทางการรักษาร่วมด้วย เมื่อสัญญาณการเป็นโรคเก๊าท์เริ่มเตือน ให้รีบทำการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยอย่างเรื้อรัง กระดูกได้รับความเสียหายจนเกิดพยาธิสภาพ

แนวทางการรักษา โรคเก๊าท์

1. การรักษาโรคเก๊าท์นิยมใช้ยาเป็นหลัก 

แพทย์เป็นผู้ประเมินการใช้ยาจากอาการ ความพร้อมของร่างกาย อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคลควบคู่การเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว หากมีอาการรุนแรงไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา ใช้วิธีการผ่าตัด เพื่อทุเลาอาการปวดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับควบคุมภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

  • ยาต้านอักเสบชนิดไม่สเตียรอยด์ (NSAIDs) : Ibuprofen   Indomethacin  Celecoxib  ยากลุ่มนี้อาจมีผลข้างเคียงปวดท้อง แลในกระเพาะอาหาร
  • ยาโคลซิซิน (Colchicine) : บรรเทาอาการปวด มีผลข้างเคียง คือ คลื่นไส้ อาเจียน  ท้องเสีย
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteriods) : ควบคุมการอักเสบ บรรเทาอาการปวด ใช้ในกรณีไม่สามารถใช้ยาต้านการอักเสบหรือยาโคลซิซินได้ ผลข้างเคียง คือ ความดันโลหิตสูง และ น้ำตาลในเลือดสูง

กรณีอาการกำเริบนานๆที ไม่บ่อยครั้ง แต่มีความรุนแรง แพทย์สั่งจ่ายยา 2 กลุ่มนี้ให้กับผู้ป่วย

  • Xanthine Oxidase Inhibitor : ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างกรดยูริก ส่งผลให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลง อาการของโรคทุเลาลง เช่น Allopurinol Febuxostat มีผลข้างเคียงคลื่นไส้ การทำงานของตับลดลง
  • ยาขับกรดยูริก : เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของไต ขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะมากขึ้น เช่น Probenecid ผลค้างเคียง คือ เสี่ยงปวดท้องจากการเกิดนิ่วในไต

2. เลี่ยงปัจจัยการสะสมกรดยูริก

การเลี่ยงปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้อต่อการเกิดการสะสมกรดยูริกในเลือด คือ

  • การดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลมปริมาณมาก
  • การทานอาหารที่มีสารพิวรีน เช่น ปีกไก่ สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ยอดผัก
  • ร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ
  • โรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ไตทำงานผิดปกติ โรคเบาหวาน
  • ประวัติการเจ็บป่วยโรคเก๊าท์ในครอบครัว

3. การผ่าตัด

เมื่อมีอาการรุนแรงถึงขั้นพบก้อนนูนบริเวณข้อต่อที่เกิดจากการสะสมกรดยูริก และ การรักษาด้วยยาไม่มีประสิทธิผล

เมื่อมีสัญญาณเตือนรีบดูแลรักษาให้ทันท่วงที เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยระยะเรื้อรัง และไม่ให้กระดูกได้รับความเสียหายจนเกินไป โรคเก๊าท์เราเลี่ยงได้เพียงรู้วิธีดูแลสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร การดำเนินชีวิต ร่วมกับการทานยา