กระดูกอวัยวะคล้ำจุนร่างกาย เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ ภายในมีไขกระดูกทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและเซลล์เม็ดเลือดขาวไว้ใช้ภายในร่างกาย มีแคลเซียมและฟอสเฟสตัวการสำคัญช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และคอลลาเจนเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเนื้อกระดูกเป็นแหล่งของ อาหารเสริมกระดูก เมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือ พฤติกรรมการดำเนินชีวิตผิดแปลกไปส่งผลให้กระดูกเสื่อมลง การเสริมสร้างความแข็งแรงกระดูกจึงสามารถทำได้ทุกวัย โดยเฉพาะหญิงและชายอายุ 30 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มมวลกระดูกลดลง  อย่างช้าๆ ไม่ปรากฏอาการใดๆ จนนำไปสู่โรคกระดูกในที่สุด

แหล่ง อาหารเสริมกระดูก ที่สำคัญ

1. แคลเซียมแหล่งสารอาหารสำคัญสำหรับกระดูก ร่างกายควรได้รับแคลเซียมในหนึ่งวันจากการรับประทานอาหาร ประมาณ 500 มิลลิกรัมต่อมื้อ (ทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง) เพื่อประสิทธิภาพในการดูดซึมที่ดีกว่า ดังนั้นในหนึ่งวันควรได้รับ 800 – 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน และควรได้รับจากมื้ออาหารแทนการทานจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เนื่องจากการทานอาหารเสริมชนิดแคลเซียมคาร์บอนต้องดื่มน้ำตามปริมาณมาก( 6–8 แก้ว) เพราะมีผลข้างเคียง คือ ท้องผูก

แหล่งอาหารแคลเซียม :

  • ผักใบเขียว เช่น ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ คะน้า ผักกลุ่มนี้พบว่าร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์จากนม โยเกิร์ต ชีส  นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ แนะนำควรดื่มนมวันละ 1 – 2 แก้ว
  • ตระกูลถั่ว

2. ฟอสฟอรัสทำงานร่วมกับแคลเซียม มีปริมาณที่เหมาะสม คือ 1 : 1.2  พบมากใน เนื้อ นม ไข่ ปลา ตับ ข้าวกล้อง ร่างกายควรได้รับปริมาณฟอสฟอรัสที่เพียงพอต่อความต้องการ หากได้รับมากเกินไป อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน

3. แมกนีเซียม ทำหน้าที่ ควบคุมการสร้าง สังเคราะห์โปรตีน และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ในหนึ่งวันควรได้รับ 400 มิลลิกรัม พบใน อาหารทะเล ถั่ว ธัญพืช และแป้ง

4. วิตามินดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแคลเซียม ในหนึ่งวันควรได้รับวิตามินดี 600 – 800 ต่อวัน พบใน น้ำมันตับปลา ไข่แดง ปลา และตับ นอกจากนี้ควรรับแสงแดดอ่อนยามเช้า วันละ 10 -15 นาที

เมื่อร่างกายได้รับแหล่งสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกแล้ว ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้เพื่อป้องกันการสลายมวลกระดูก ก่อให้เกิดพยาธิสภาพที่กระดูก

1. งดโปรตีนจากเนื้อสัตว์ปริมาณมาก : การเผาผลาญอาหารประเภทโปรตีน ได้กลูคากอน ตัวการทำให้ร่างกายขจัดแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากขึ้น และในเนื้อสัตว์เป็นแหล่งฟอสฟอรัสสูง ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรด เมื่อกำจัดภาวะนี้ทำให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมไปด้วย

2. งดรสเค็ม : การทานอาหารรสเค็มปริมาณมาก ร่างกายขจัดน้ำออกจากร่างกาย ส่งผลให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมไปด้วย

3. งดเครื่องดื่มส่วนผสมคาเฟอีน : ชา กาแฟ ร่างกายขับแคลเซียมออกนอกร่างกายมากขึ้น

4. งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย