ปวดต้นคอ อาการปวดซ้ำซากที่แก้ยังก็ไม่หาย เชื่อว่าหลายๆคนคงพบกับปัญหาอาการ “ปวดต้นคอ” โดยมีสาเหตุมากจากความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อแข็งเกร็งหรือรับได้การบาดเจ็บ จากพฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน และใช้งานในการที่ผิด เช่น การนั่งทำงานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การใช้สมาทโฟนในลักษณะก้มหน้าดู การก้มอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การนอนกัดฟันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุการปวดต้นคอ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับบริเวณที่ปวด สภาพร่างกาย และพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น

การรักษาอาหารปวดต้นคอ

แนวทางการรักษาบรรเทาอาการปวดทางการแพทย์กล่าวว่า อาการปวดต้นคอ สามารถหายเองได้ใน 2 -3 สัปดาห์ แต่ถ้ามีอาการปวดที่รุนแรงสามารถพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ดังนี้

1. การใช้ยา

  • ยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม ทาน 2 เม็ด 4 เวลา 
  • ยาแก้ปวดลดอักเสบ : ควรดูแลอย่างใกล้ชิดในกรณีผู้ป่วยมีโรคประจำตัว คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะ โรคไต
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ : ใช้ในกรณีมีอาการปวดรุนแรง

2. การฉีดยา

แพทย์ฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการปวด หรือ การฉีดยาชา ก็มีส่วนช่วยบรรเทาอาการปวดคอได้

3. การผ่าตัด

ใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษา บรรเทาอาการปวดจากรากประสาทหรือไขกระดูกถูกกดทับ

4. การบำบัด

  • การกายภาพบำบัด : การออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ท่าทางที่ถูกต้อง การกระตุ้นด้วยการประคบเย็น ประคบร้อน เพื่อลดอาการปวดและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • กายภาพบำบัดด้วยการดึงคอ : ใช้ในกรณีที่สาเหตุเกิดจากรากประสาท ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • การใส่เฝือก : ใส่ในระยะชั่วคราว เพื่อพยุงคอ ลดแรง ลดอาการปวดคอ

5. บรรเทาอาการปวดด้วยตัวคุณเอง

  • การประคบเย็น หรือ ประคบร้อน : การปวดในระยะ 1 -2 วันแรก แนะนำให้ประคบเย็น จากนั้นให้ประคบร้อน ไม่ควรประคบทิ้งไว้ในขณะหลับ เพราะผิวหนังอาจได้รับความเสียหายและเกิดการบาดเจ็บได้
  • เคลื่อนไหวร่างกาย ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ บ่อยๆ เลี่ยงการนั่งหรือยืนเป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายที่หักโหม และการใช้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอเป็นเวลานาน
  • กระตุ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อต้นคอด้วย การหมุนคอ หมุนหัวไหล่ เบาๆ ช้าๆ

อาการปวดต้นคอ กลายเป็นปัญหากวนใจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รู้วิธีจัดการกับอาการปวด ถึงแม้อาการปวดจะไม่หายขาดแต่ก็สามารถทุเลาอาการปวดลงได้  หากปฏิบัติตามวิธีดูแลตนเองเบื้องต้นไม่สามารถบรรเทาความปวด มีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที